หยุดโพสต์! ๕ ข้อมูลส่วนตัว

ด้วย เทศบาลตำบลปัว ได้รับแจ้ง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ประชาสัมพันธ์ Infographics หยุดโพสต์! ๕ ข้อมูลส่วนตัว ได้แก่

๑. บัตรประจำตัวประชาชน และใบขับขี่ แม้ว่าจะเซ็นเซอร์เลขประจำตัว ๑๓ หลัก ก็ไม่ได้ช่วยให้ปลอดภัย 100 % เพราะบนบัตรยังมี “ภาพถ่ายใบหน้าตรง” “ชื่อ – นามสกุลจริง” และ “ที่อยู่” ในยุคที่ AI พัฒนาไปไกล มิจฉาชีพสามารถดูดรูปถ่ายหน้าตรงของคุณ ไปทำ Deepfake (การสวมรอยใบหน้า) เพื่อยืนยันตัวตนเปิด “บัญชีม้า” สำหรับรับเงินผิดกฎหมาย หรือเอารูปไปสร้างโปรไฟล์ปลอม ทักไปหลอกยืมเงินเพื่อน และคนในครอบครัวของคุณได้

๒. เช็คอินโลเคชั่น Real Time การโพสต์บอกตำแหน่งปัจจุบันของคุณแบบสาธารณะ เป็นการประกาศให้โลกรู้ว่า “ตอนนี้บ้านฉันไม่มีคนอยู่นะ !” ซึ่งถือเป็นการชี้เป้าชั้นดี ให้กับโจรขโมยขึ้นบ้าน นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการถูกผู้ไม่หวังดี หรือกลุ่มคนโรคจิต สะกดรอยตามมายังสถานที่ที่คุณอยู่ ณ วินาทีนั้นได้

๓. ตั๋วเครื่องบิน และบอร์ดดิ้งพาส “บาร์โค้ด (Barcode) หรือ คิวอาร์โค้ด (QR Code)” บนตั๋วนั่นแหละคือตัวอันตราย ! มิจฉาชีพสามารถใช้แอปพลิเคชัน สแกนบาร์โค้ดในรูปภาพของคุณ เพื่อดึงข้อมูลเชิงลึกออกมาได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นรหัสการจอง (PNR) , เบอร์โทรศัพท์ , อีเมลส่วนตัว หรือแม้แต่ข้อมูลบัตรเครดิตที่ใช้จองตั๋ว ที่ร้ายกว่านั้นคือ พวกเขาอาจเข้าไปในระบบเพื่อ “กดยกเลิกเที่ยวบิน” หรือขโมยไมล์สะสมของคุณไปใช้

๔. รูปถ่ายลูกหลาน ติดชุดนักเรียน ความปลอดภัยของเด็กเป็นเรื่องสำคัญอันดับหนึ่ง การโพสต์รูปที่เห็นชื่อปักบนเสื้อ , โลโก้โรงเรียน , หรือป้ายหน้าโรงเรียน เป็นการบอกพิกัดที่ชัดเจนว่า “เด็กคนนี้อยู่ที่ไหนในเวลาใด”

ข้อมูลเหล่านี้อาจนำไปสู่อันตรายร้ายแรง เช่น การถูกลักพาตัว , การถูกมิจฉาชีพแอบอ้างไปรับเด็กที่โรงเรียน  หรือภาพของเด็กอาจถูกกลุ่มคน ที่มีความเบี่ยงเบนทางเพศ (Pedophile) บันทึกเก็บไว้ และนำไปตัดต่อในทางเสื่อมเสียได้

๕. หน้ากล่องพัสดุ และช้อปปิ้งออนไลน์ หน้ากล่องพัสดุคือแหล่งรวมข้อมูลส่วนตัวชั้นยอด ทั้งชื่อ – นามสกุล , ที่อยู่บ้านเลขที่แบบเป๊ะ ๆ และที่สำคัญที่สุดคือ “เบอร์โทรศัพท์มือถือ” เมื่อข้อมูลนี้หลุดไป จะตกไปอยู่ในมือของ “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ทันที พวกเขาจะใช้ข้อมูลเหล่านี้ โทรมาหลอกลวงคุณได้อย่างแนบเนียน เช่น อ้างว่าเป็นตำรวจ อ้างว่ามีพัสดุผิดกฎหมายตกค้าง หรือส่งพัสดุเก็บเงินปลายทาง (COD) มาหลอกเก็บเงินคนในบ้านตอนที่คุณไม่อยู่

แหล่งข่าว : เพจ Facebook สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล – สคส

เรียบเรียงข่าว : นางสาวนิชาภา เรืองวงษ์ ตำแหน่ง นักประชาสัมพันธ์ปฏิบัติการ