ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือ ได้ออกประกาศ เรื่อง ฝนตกหนักถึงหนักมาก บริเวณภาคเหนือ ระบุว่า ระหว่างวันที่ ๒๕ – ๒๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ภาคเหนือจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ประกอบกับพายุดีเปรสชั่น บริเวณหัวเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ คาดว่าจะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบน และทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน ในวันที่ ๒๓ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๖๘ จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนาม และประเทศลาวตอนบน ในช่วงวันที่ ๒๕ – ๒๖ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ ในขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้น
อีกทั้ง สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศ พบว่า จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยได้ ประชุมประเมินวิเคราะห์สภาพอากาศ สถานการณ์น้ำ และคาดการณ์พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก ดินโคลนถล่ม ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรธรณี กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พบว่า ในพื้นที่บางส่วนเสี่ยงต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม น้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ เนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน ในช่วงวันที่ ๒๔ – ๒๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๘ นี้ เช่น จังหวัดน่าน ได้แก่ อำเภอทุ่งช้าง , แม่จริม และเวียงสา รวมทั้งเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็ก ที่มีปริมาณน้ำมากกว่าร้อยละ ๘๐
ในการนี้ เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนดำเนินการ ดังนี้
๑. ขอให้ประชาชนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง และเส้นทางที่มีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ได้
๒. สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันความเสียหาย ที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรและสัตว์เลี้ยง
๓. ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกสะสมมากกว่า ๙๐ มิลลิเมตร ตลอด ๒๔ ชั่วโมง และพื้นที่จุดเสี่ยงที่เคยเกิดน้ำท่วม รวมถึงพื้นที่เกิดน้ำท่วมขังอยู่เป็นประจำ เนื่องจากระบายไม่ทัน
๔. ติดตาม ตรวจสอบ ซ่อมแซม แนวคันบริเวณริมแม่น้ำ และเร่งกำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ พร้อมวางแผนการบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสม ปรับการบริหารจัดการน้ำในแหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก น้ำในลำน้ำ รวมถึงเขื่อนระบายน้ำและประตูระบายน้ำ ให้สอดคล้องกันตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และอิทธิพลของการขึ้น – ลงของน้ำทะเล โดยการเร่งระบายและพร่องน้ำ รองรับสถานการณ์ฝนที่คาดว่าจะตกหนัก
๕. เตรียมแผนรับสถานการณ์น้ำหลาก เตรียมความพร้อมบุคลากร เครื่องจักร เครื่องมือ รวมถึงความพร้อมของระบบสื่อสาร เพื่อบูรณาการความพร้อมให้ความช่วยเหลือได้ทันที
๖. ประชาสัมพันธ์สถานการณ์น้ำ และแจ้งเตือนล่วงหน้าให้ประชาชนที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบ เตรียมพร้อมในการขนของขึ้นสู่ที่สูง หรืออพยพได้ทันท่วงทีหากเกิดสถานการณ์

