มาตรการและแนวทางปฏิบัติ ในการประหยัดพลังงานในสำนักงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙

ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๙ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการให้หน่วยงานราชการ และรัฐวิสาหกิจ ดำเนินการประหยัดพลังงาน เพื่อรองรับสถานการณ์ราคาพลังงานโลก ที่มีความผันผวนจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง นั้น

ในการนี้ เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามมติดังกล่าว เทศบาลตำบลปัว จึงได้กำหนดมาตรการและแนวทางปฏิบัติ ในการประหยัดพลังงานในสำนักงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ให้พนักงานเทศบาล บุคลากรครูศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และลูกจ้างเทศบาลตำบลปัวทุกคน ถือปฏิบัติโดยเคร่งครัด ดังนี้

        ๑. การใช้เครื่องปรับอากาศ

๑.๑ ตั้งอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศไว้ที่ ๒๖ – ๒๗ องศาเซลเซียส

๑.๒ เวลาเปิด – ปิด เครื่องปรับอากาศในแต่ละวัน ๖ ชั่วโมง โดยเริ่มเปิดเครื่องปรับอากาศช่วงเช้า ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ น. ถึง ๑๒.๐๐ น. ช่วงบ่ายเริ่มเปิดเครื่องปรับอากาศ ตั้งแต่เวลา ๑๓.๐๐ น. ถึง ๑๖.๐๐ น. ยกเว้นในส่วนที่มีการปฏิบัติงานล่วงเวลา และมีประชาชนมาติดต่อราชการอยู่ตลอดเวลา

๑.๓ ไม่เปิดเครื่องปรับอากาศในการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ และวันหยุดราชการ ยกเว้นการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการนั้น มีคําสั่งให้มาปฏิบัติงานนอกเวลาราชการเท่านั้น

๑.๔ จัดให้มีการตรวจเช็คทําความสะอาด แผ่นกรองเครื่องปรับอากาศเป็นประจํา ทุกๆ ๓ เดือน

๑.๕ จัดให้มีการตรวจเช็คล้างครั้งใหญ่ เพื่อทําความสะอาดคอยล์เย็นและคอยล์ร้อน โดยใช้น้ำหรือน้ำยาทําความสะอาด เป็นประจําปีละ ๑ ครั้ง โดยช่างผู้ชํานาญงาน

๑.๖ ลดภาระการทํางานของเครื่องปรับอากาศ โดยขนย้ายสัมภาระที่ไม่จําเป็น ออกจากห้องปฏิบัติงาน รวมถึงเอกสารเก่าที่ไม่ได้ใช้งานประจํา ไม่ประกอบอาหาร หรือทํากิจกรรมที่ทําให้เกิดความร้อน ควัน และกลิ่นฉุน ขณะเปิดเครื่องปรับอากาศ ซึ่งจะส่งผลให้เครื่องปรับอากาศทํางานหนัก และแผ่นกรองอากาศอุดตัน

๑.๗ ปิดหน้าต่าง ประตู ผ้าม่านให้สนิท เมื่อเปิดเครื่องปรับอากาศ เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียความเย็น และการถ่ายเทความร้อนจากภายนอก เข้าสู่พื้นที่ที่มีการปรับอากาศ

๑.๘ ให้เวรยามประจําสํานักงาน ในวันจันทร์ – ศุกร์ หลังเวลาเลิกงาน หรือวันเสาร์ – อาทิตย์ หรือวันหยุดราชการอื่น เดินตรวจสอบการปิดเครื่องปรับอากาศ หากพบว่ายังมีการเปิดเครื่องปรับอากาศ ให้แจ้งผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องทราบ

        ๒. การใช้ไฟฟ้าและแสงสว่าง

๒.๑ ให้เปิดไฟฟ้าและแสงสว่างในห้องทํางาน เฉพาะเท่าที่ปฏิบัติงานอยู่ ปิดไฟฟ้าและแสงสว่าง ไม่จําเป็นในการใช้งาน

๒.๒ ปิดไฟฟ้าและแสงสว่าง ระหว่างหยุดพักกลางวัน ยกเว้นสําหรับผู้ปฏิบัติงานในเวลาหยุดพักกลางวัน ให้เปิดเฉพาะที่จําเป็น

๒.๓ ถอดหลอดไฟฟ้าและแสงสว่าง บริเวณที่มีแสงสว่างมากเกินความจําเป็น และใช้หลอดไฟฟ้าแบบประหยัดพลังงาน

๒.๔ ทําความสะอาดหลอดไฟฟ้าส่องสว่าง และฝาโคมอย่างสม่ำเสมอ

๒.๕ ให้เวรยามประจําสํานักงานหลังเวลาเลิกงาน ตรวจสอบการเปิด – ปิดไฟฟ้าแสงสว่างในตัวอาคารสํานักงาน ห้องทํางานต่าง ๆ หากตรวจพบมีการเปิดไฟฟ้าแสงสว่างทิ้งไว้ ให้รายงานผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทราบ ในส่วนของไฟฟ้าส่องสว่างรอบนอกตัวอาคารสํานักงาน และบริเวณอื่นๆ ให้พิจารณาเปิดเฉพาะเท่าที่จําเป็น และเหมาะสม

        ๓. การใช้อุปกรณ์สํานักงาน และเครื่องใช้ไฟฟ้าประจําสํานักงาน

๓.๑ คอมพิวเตอร์

– ปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ในเวลาพัก

– ตั้งระบบพักหน้าจอ เมื่อไม่ใช้งานเกิน ๕ นาที

– ปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เมื่อไม่ใช้งาน และถอดปลั๊กไฟฟ้าออกทุกครั้ง

๓.๒ ปริ้นเตอร์

– ปิดเครื่องปริ้นเตอร์เมื่อไม่ใช้งาน

– ตรวจทานข้อความบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ให้ถูกต้องก่อนสั่งพิมพ์

– ใช้กระดาษที่ใช้แล้ว ๑ หน้า สําหรับพิมพ์เอกสารที่ไม่สําคัญ

๓.๓ กระติกน้ำร้อนไฟฟ้า

– การเปิดใช้งานกระติกน้ำร้อนไฟฟ้าช่วงเช้า เวลา ๐๘.๓๐ น. ถึงเวลา ๑๑.๐๐ น. ช่วงบ่ายเวลา ๑๓.๐๐ น. ถึงเวลา ๑๕.๐๐ น.

– ใส่น้ำให้พอดีต่อความต้องการ ไม่ปล่อยให้น้ำแห้ง หรือปล่อยให้ระดับน้ำต่ำกว่าที่กําหนด

– เลือกใช้กระติกน้ำร้อนไฟฟ้า ที่มีฉนวนกันความร้อนที่มีประสิทธิภาพ

– ไม่นําน้ำเย็นไปต้มทันที

๓.๔ ตู้เย็น

– เลือกใช้ขนาดที่เหมาะสมกับการใช้งาน

– เลือกตู้เย็นที่ได้ฉลากประหยัดไฟฟ้าเบอร์ ๕

– ตรวจสอบขอบยางแม่เหล็กทั้ง ๔ ด้าน

– ติดตั้งห่างจากผนังไม่น้อยกว่า ๑๕ เซนติเมตร

– ไม่น่าของร้อนใส่ตู้เย็น

– ลดการเปิดตู้เย็นโดยไม่จําเป็น

๓.๕ เครื่องทําน้ำเย็น / น้ำร้อน

– ถอดปลั๊กเมื่อเลิกใช้งานทุกวัน

– ตรวจสอบปริมาณน้ำในขวดอยู่เสมอ

๓.๖ เครื่องถ่ายเอกสาร

– ถ่ายเอกสาร / ปริ้นเอกสารเฉพาะที่จําเป็นเท่านั้น โดยให้ใช้เอกสารอิเล็กทรอนิกส์เป็นหลัก

– ไม่วางเครื่องถ่ายเอกสารไว้ในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศ

– ตั้งเวลาพักเครื่องถ่ายเอกสารในโหมดประหยัดพลังงาน เมื่อไม่มีการใช้งานเกิน ๓ นาที

– ปิดเครื่องถ่ายเอกสารหลังเลิกใช้งาน และถอดปลั๊กออกทุกครั้ง

        ๔. รถและน้ำมันเชื้อเพลิง

๔.๑ ขับขี่รถยนต์ / รถจักรยานยนต์ / รถบรรทุก ด้วยความเร็วไม่เกินที่กฎหมายกําหนด ใช้ความเร็วที่สม่ำเสมอ ไม่ติดเครื่องยนต์ขณะจอดชั่วคราว ดับเครื่องยนต์ทุกครั้ง เมื่อจอดรถเป็นเวลานาน ๆ

๔.๒ ลดการเดินทางที่ไม่จําเป็น กําหนดการส่งเอกสารเป็นเวลา คือ ช่วงเช้า – ช่วงบ่าย ใช้การติดต่อผ่านทางระบบโซเชียลมีเดีย / จดหมายอิเล็กทรอนิกส์แทน

๔.๓ ปลูกจิตสํานึกให้พนักงานขับรถ ใช้รถให้ถูกวิธี ทะนุถนอม บํารุงรักษารถยนต์ราชการ

๔.๔ ให้พนักงานขับรถ ศึกษาเส้นทางก่อนออกเดินทางทุกครั้ง

๔.๕ ตรวจสอบสภาพรถยนต์ เครื่องยนต์ น้ำมันหล่อลื่น แผ่นกรองอากาศ ไส้กรองน้ำมัน ลมยางอย่างสม่ำเสมอ ให้พร้อมใช้งานก่อนออกเดินทางทุกครั้ง

๔.๖ เดินทางไปราชการทางเดียวกัน ให้ใช้รถคันเดียวกัน

๔.๗ ไม่บรรทุกสิ่งของเกินกว่าที่กฎหมายกําหนด

        ๕. มาตรการปลูกจิตสํานึก

๕.๑ ประชาสัมพันธ์มาตรการประหยัดพลังงาน ผ่านเว็บไซต์ของเทศบาลตําบลปัว เวียนหนังสือให้แต่ละส่วนราชการทราบ และปิดประกาศ ณ สํานักงานเทศบาลตําบลปัว

๕.๒ ขอความร่วมมือบุคลากรในสังกัดเทศบาลตําบลปัว ปฏิบัติตามมาตรการประหยัดพลังงาน และเข้าร่วมกิจกรรม / โครงการรณรงค์ประหยัดพลังงานในสํานักงาน และกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ใส่เสื้อแขนสั้น งดการใส่สูทผูกเนคไท ยกเว้นมีงานพิธีการ ประชุมผ่านระบบออนไลน์ และการทํางานแบบ Work From Home ตามความเหมาะสม